จันทบุรีคุกขี้ไก่ จันทบุรี20 ธันวาคม, 2008 - 02:31 — boyniwatคุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ใกล้ตึกแดง ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ ๑ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ ๖๐๐ คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ ๔.๔๐ เมตร สูงประมาณ ๗ เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา น้ำตกเขาสอยดาว จันทบุรี20 ธันวาคม, 2008 - 02:17 — boyniwatเจดีย์ยอดเขาพลอยแหวน30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:46 — boyniwatเจดีย์ยอดเขาพลอยแหวน อยู่ในตำบลเขาพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ บนทางหลวงหมายเลข ๓๑๗๔ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๕ ในรัชกาลที่ ๕ โดยพระยาจันทบุรีเป็นผู้สร้างขึ้นในจุดที่สูงที่สุดของเขาพลอยแหวน เป็นเจดีย์กลมแบบลังกา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ แทนพระพุทธบาทเดิมที่แตกหัก บริเวณโดยรอบวัดเคยเป็นแหล่งขุดพลอยแห่งแรกของจังหวัดจันทบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี จันทบุรี30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:44 — boyniwatพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี จันทบุรี ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะ เป็นอาคารแฝด ๒ ชั้น ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการค้าทางเรือของไทย ซึ่งมีการรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้จากการดำเนินงาน ด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัย ทางโบราณคดีใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี โดยมีห้องแสดงหลักอยู่ที่ชั้น ๒ โบราณสถานค่ายเนินวง30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:41 — boyniwatโบราณสถานค่ายเนินวง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง บนทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๗ หากเริ่มจากหน้า โรงแรมอีสเทอร์น ไปตามถนนท่าแฉลบอีก ๖ กิโลเมตร มีทางแยกเลี้ยวขวาไปประมาณ ๔๐๐ เมตร พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๓๗๗ โดยรื้อศิลาแลงและ อิฐของกำแพงจากเมืองเก่าจันทบุรีไปสร้าง เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกญวน บนกำแพงค่ายวางปืนใหญ่เรียงรายอยู่โดยรอบ อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หรือ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:39 — boyniwatอู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หรือ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม ตั้งอยู่ที่บ้านเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง ห่างจากอำเภอเมือง ๑๑ กิโลเมตร สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใช้เป็นอู่ต่อเรือเมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่า เพื่อกู้เอกราชชาติไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ หน่วยโบราณคดีใต้น้ำ กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ขุดค้นซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดีตามริมฝั่งอ่าว พบแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่ง พร้อมทั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือโบราณ และสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเรือสำเภาจีนแบบฟูเจียนขนาดเล็กใช้สำหรับบรรทุกสินค้า มีใบสามเถาใช้หางเรือเสือ ขนาดเรือยาว ๒๔ เมตร กว้าง ๕ เมตร บริเวณใกล้เคียงมีโรงเก็บเรือจำลอง และเรือของชาวบ้านที่เคยใช้กันในอดีต วัดโบสถ์เมือง จันทบุรี30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:36 — boyniwatวัดโบสถ์เมือง ตั้งอยู่ริมถนนเบญจมราชูทิศ สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยสังเกตได้จากเสมาหินทรายขาว รวมทั้งอุโบสถและเจดีย์ทรงลังกา นอกจากนี้ยังมีทับหลังเป็นศิลปะบาปวนตอนปลาย พ.ศ. ๑๕๑๐-๑๖๓๐ รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว วัดโบสถ์เมือง จันทบุรี30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:36 — boyniwatวัดโบสถ์เมือง ตั้งอยู่ริมถนนเบญจมราชูทิศ สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยสังเกตได้จากเสมาหินทรายขาว รวมทั้งอุโบสถและเจดีย์ทรงลังกา นอกจากนี้ยังมีทับหลังเป็นศิลปะบาปวนตอนปลาย พ.ศ. ๑๕๑๐-๑๖๓๐ รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว โบราณสถานเมืองเพนียด30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:35 — boyniwatโบราณสถานเมืองเพนียด ตั้งอยู่ที่หมู่ ๔ ตำบลคลองนารายณ์ ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ ๓๐๐ เมตร กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เรียบร้อยแล้วโดยสันนิษฐานว่า สถานที่แห่งนี้ น่าจะเป็นที่ตั้งเมืองจันทบุรียุคแรกหรือประมาณ ๑,๐๐๐ ปีล่วงมาแล้ว ปัจจุบันเหลือเพียงซากกำแพงศิลาแลง และส่วนที่เป็นคันดินสูงประมาณ ๑-๓ เมตร ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นสิ่งก่อสร้างประเภทใด วัดทองทั่ว จันทบุรี30 พฤศจิกายน, 2007 - 09:33 — boyniwatวัดทองทั่ว อยู่ริมถนนสุขุมวิท เส้นจันทบุรี-ขลุง ห่างจากตัวเมืองราว ๔ กิโลเมตร มีพระอุโบสถและเจดีย์อายุนับร้อยปี เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุเขมร ได้แก่ ทับหลังแบบถาลาปริวัติ และทับหลังแบบไพรกเมง (พ.ศ. ๑๑๕๐-๑๒๕๐) เสาประดับกรอบประตูแบบนครวัด และโกลนพระคเณศทำจากหินทรายสีขาว เป็นต้น |